
ภาค 1 ทักษะเพื่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 (21st Century Skills)
ศิษย์ในศตวรรษที่ 21
1.มีอิสระที่จะเลือกสิ่งที่ตนพอใจ แสดงความเห็น และลักษณะเฉพาะ ของตน
2.ต้องการดัดแปลงสิ่งต่างๆ ให้ตรงตามความพอใจและความต้องการ ของตน (customization & personalization)
3.ตรวจสอบหาความจริงเบื้องหลัง (scrutiny)
4.เป็นตัวของตัวเองและสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น
5.ความสนุกสนานและการเล่นเป็นส่วนหนึ่งของงาน การเรียนรู้ และชีวิตทางสังคม
6.การร่วมมือ และความสัมพันธ์เป็นส่วนหนึ่งของทุกกิจกรรม
7.ต้องการความเร็วในการสื่อสาร การหาข้อมูล และตอบคำถาม
8.สร้างนวัตกรรมต่อทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต
หลักการหรือปัจจัยสำคัญด้านการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ไว้ 5 ประการคือ
1. Authentic learning คือ การเรียนรู้ที่แท้จริง เป็นการจัดการเรียนรู้ให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ เข้าใจและสามารถนำสิ่งที่เรียนรู้มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ตามสภาพแวดล้อมของนักเรียนแต่ละบุคคลได้
2. Mental model building คือ การเรียนรู้ในระดับกระบวนทัศน์ เป็นการนำประสบการณ์ที่สั่งสมมาก่อเกิดเป็นค่านิยม หรือ ความเชื่อ
3. Internal motivation คือ การเรียนรู้ที่แท้จริงที่มาจากแรงขับดันด้วยฉันทะ เพื่อให้มีความกระตือรือร้นและประสบความสำเร็จดั่งที่คาดหวัง
4. Multiple intelligence คือ การจัดการเรียนรู้ตามความถนัดของเด็กแต่ละคน
5. Social learning คือ การเรียนรู้กิจกรรมทางสังคม เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจบริบทของสังคมไทย
ทักษะครูเพื่อศิษย์ไทยในศตวรรษที่ 21
ครูต้องยึดหลัก “สอนน้อย เรียนมาก” คือในการจัดกิจกรรมทางการเรียนต่างๆ ครูต้องให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ เข้าใจในสิ่งที่ครูสอนมากที่สุดโดยใช้ลักษณะของผู้เรียนเป็นหลัก โดยเน้นครูไม่ต้องสอน แต่ต้องออกแบบการเรียนรู้ และอำนวยความสะดวก (facilitate) ในการเรียนรู้ ให้นักเรียนเรียนรู้จากการเรียนแบบลงมือทำ แล้วการเรียนรู้ก็จะเกิดจากภายในใจและสมองของตนเอง การเรียนรู้แบบนี้เรียกว่า PBL (Project-Based Learning)
ศาสตราใหม่สำหรับครูเพื่อศิษย์
ทักษะของคนในศตวรรษที่ ๒๑ ที่คนทุกคนต้องเรียนรู้ตั้งแต่ชั้นอนุบาลไปจนถึงมหาวิทยาลัย และตลอดชีวิต คือ 3R x 7C
3R ได้แก่ Reading (อ่านออก), (W)Riting (เขียนได้) และ (A)Rithmetics (คิดเลขเป็น)
7C ได้แก่
-Critical thinking & problem solving (ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา)
-Creativity & innovation (ทักษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม)
-Cross-cultural understanding (ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์)
-Collaboration, teamwork & leadership (ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ)
-Communications, information & media literacy (ทักษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ)Computing & ICT literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร)
-Career & learning skills (ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้)
พัฒนาสมองห้าด้าน
1. สมองด้านวิชาและวินัย (disciplined mind) คือ มีความรู้และทักษะในวิชาในระดับที่เรียกว่าเชี่ยวชาญ (master) และสามารถพัฒนาตนเองในการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา
2. สมองด้านสังเคราะห์ (synthesizing mind) คือ ความสามารถในการรวบรวมสารสนเทศและความรู้ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง นำมากลั่นกรองคัดเลือกเอามาเฉพาะส่วนที่สำคัญ และจัดระบบนำเสนอใหม่อย่างมีความหมาย
3. สมองด้านสร้างสรรค์ (creating mind) คือ การคิดนอกกรอบ สามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆแปลกแหวกแนวตามจินตนาการไป
4. สมองด้านเคารพให้เกียรติ (respectful mind) คือ การให้เกียรติ เคารพผู้อื่น เพราะคนเราต้องพบปะผู้คนมากมาย จึงต้องเป็นบุคคลที่มีมารยาท
5. สมองด้านจริยธรรม (ethical mind) คือ การสร้างนิสัยที่ดีให้แก่นักเรียนเพื่อการดำเนินชีวิตที่ดี
ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม
การเรียนรู้ทักษะในการเรียนรู้ (learning how to learn หรือ learning skills) และเรียนรู้ทักษะในการสร้างการเปลี่ยนแปลงไปในทางดีขึ้น (นวัตกรรม)ประกอบด้วยทักษะย่อย ๆ ดังต่อไปนี้
1. การคิดอย่างมีวิจารณญาณ (critical thinking) และการแก้ปัญหา (problem solving) ซึ่งหมายถึง การคิดอย่างผู้เชี่ยวชาญ (expert thinking)
2. การสื่อสาร (communication) และความร่วมมือ (collaboration) ซึ่งหมายถึง การสื่อสารอย่างซับซ้อน (complex communicating)
3. ความริเริ่มสร้างสรรค์ (creativity) และนวัตกรรม (innovation) ซึ่งหมายถึง การประยุกต์ใช้จินตนาการและการประดิษฐ์
การเรียนรู้อย่างมีพลัง
เครื่องมือของการเรียนรู้อย่างมีพลังคือ จักรยานแห่งการเรียนรู้ ซึ่งมีวงล้อประกอบด้วย ๔ ส่วน คือ
Define คือ ขั้นตอนการทำให้สมาชิกของทีมงาน ร่วมทั้งครูด้วยมีความชัดเจนร่วมกันว่า คำถาม ปัญหา ประเด็น ความท้าทายของโครงการคืออะไร
Planคือ การวางแผนการทำงานในโครงการ ครูก็ต้องวางแผนกำหนดทางหนีทีไล่ในการทำหน้าที่โค้ช
Do คือ การลงมือทำ มักจะพบปัญหาที่ไม่คาดคิดเสมอ นักเรียนจึงจะได้เรียนรู้ทักษะในการแก้ปัญหา การประสานงาน การทำงานร่วมกันเป็นทีม
Review คือ ทีมนักเรียนจะทบทวนการเรียนรู้
ครูเพื่อศิษย์ ต้องฝึกทักษะ
(๑) การตีความ ทักษะเพื่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ ๒๑
(๒) ทักษะการเรียนรู้ด้วยการลงมือทำเอง
(๓) ทักษะการออกแบบ การอำนวยความสะดวก และการเชียร์ให้
ศิษย์เรียนรู้ด้วยการลงมือทำ
(๔) ทักษะการประเมินความก้าวหน้าเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของศิษย์
ที่เป็น formative evaluation หรือ empowerment evaluation
ประสบการณ์จากยอดครู
ครูจากโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา
โรงเรียนนี้ได้คิดค้นวิธีการเรียนรู้แห่งศตวรรษใหม่(21st Century Learning) ขึ้นในบริบทไทยโดย
ไม่ได้ลอกเลียนของใครมา มีการใช้ PBL และ PLC ในบริบทไทยและบริบทของโรงเรียนที่ไม่เลือกนักเรียนเก่ง แต่ใช้วิธีคัดเลือกโดยจับฉลากเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ตามความเป็นจริงในสังคม
หัวใจสำคัญคือ เน้น “สอนคน” ไม่ใช่ “สอนวิชา” และในการ“สอนคน” นั้นเน้น “สอนแบบไม่สอน” คือ เน้นที่การเรียนรู้ของผู้เรียนเองจึงจัดบรรยากาศสถานที่และความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนและระหว่างนักเรียนด้วยกันเองให้กระตุ้นการเรียนรู้ และการเรียนรู้นั้นเลยจากเรียนรู้วิชาการเพื่อสติปัญญาไปสู่การเรียนรู้ทักษะด้านจิตใจด้านสุนทรียภาพและด้านการคิดและจินตนาการ
ครูของโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาจึงมีทักษะด้านการทดสอบนักเรียนที่ล้ำลึกมาก และในการตีความของผม แทนที่ครูจะเน้น “สอน”แบบบอกข้อความรู้แก่เด็ก ครูกลับเน้นชักชวนให้เด็กคิดและแสวงหาความรู้ด้วยกระบวนการต่าง ๆ นานาและคอยสังเกตเด็กว่ามีการเรียนรู้ก้าวหน้าไปอย่างไรสำหรับนำมาใช้ปรับบทบาทของครูเองและสำหรับนำมาใช้จัดกระบวนการเพื่อช่วยเด็กที่เรียนบางด้านได้ช้า
แทนที่ครูจะเน้น “บอก” เด็ก ครูกลับเน้น “ถาม” ตั้งคำถามง่าย ๆเพื่อชวนเด็กคิดเองแล้วตามมาด้วยคำถามที่ยากขึ้น หรือค่อย ๆ นำไปสู่กระบวนการคิดหาคำตอบหรือข้อความรู้ด้วยตนเอง
มองอนาคต... ปฏิรูปการศึกษาไทย
เรียนรู้จาก Malcolm Gladwell
การเห็นคุณค่าและเคารพความแตกต่างหลากหลายของผู้คน และเป็นทักษะสำคัญอย่างหนึ่งในทักษะเพื่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ ๒๑ ที่ครูเพื่อศิษย์ไทยจะต้องออกแบบการเรียนรู้ ให้ศิษย์ของตนเกิดทักษะนี้จนกลายเป็นนิสิยเคารพความเห็น ความรู้สึกของผู้อื่นที่แตกต่างจากความเห็น ความรู้สึกของตน
Inquiry-Based Learning
IBL (Inquiry-Based Learning) เป็นการเรียนโดยให้ผู้เรียนตั้ง คำถาม ทำความชัดเจนของคำถาม แล้วดำเนินการหาคำตอบเอง เป็นรูปแบบการเรียนที่ ผู้เรียนได้ฝึกฝนความริเริ่มสร้างสรรค์และจินตนาการ
ทักษะการจัดการสอบ
หลักการคือ สอบบ่อย ๆ ใช้เวลาไม่มาก ข้อสอบไม่กี่ข้อ และให้ศิษย์ รู้คำตอบทันทีหรือเกือบทันทีให้มีทั้งที่คิดคะแนนสะสม และไม่คิดคะแนน มีการสอบที่ข้อสอบเน้นความคิด ไม่มีคำตอบถูกผิดอยู่ด้วย เพื่อสะท้อนให้ศิษย์รู้ว่าตนรู้และไม่รู้อะไรบ้าง ให้มีความมั่นใจตนเอง และ หมั่นปรับปรุงตนเอง

สิ่งที่ประเทศไทยต้องทำ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา
1. ยกเลิกระบบการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งของครู (คศ.) ที่ใช้ใน ปัจจุบัน คือให้ “ทำผลงาน” ในกระดาษ และมีการติววิธีทำผลงาน เปลี่ยนมาเป็นเลื่อนตำแหน่งเมื่อผลสัมฤทธิ์ของลูกศิษย์ได้ผลดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามการทดสอบระดับชาติ ๓ ปีติดต่อกัน จนได้ผลในระดับผ่านเกินร้อยละ ๙๐ ของจำนวนเด็กนักเรียนทั้งหมด ซึ่งหมายความว่า ต้องมีการทดสอบ ระดับชาติในทุกชั้น
2. มีเป้าหมายและยุทธศาสตร์เพิ่มผลสัมฤทธิ์ของศิษย์ทั้งโรงเรียน หรือทั้งเขตการศึกษา แล้วคณะครูและทุกฝ่ายช่วยกันดำเนินการ เน้นที่การ มี PLC ระดับโรงเรียน ระดับเขตการศึกษา และระดับประเทศ เมื่อนักเรียนทั้งโรงเรียน หรือทั้งเขตการศึกษาสอบ National Education Test (NET) ผ่านเกินร้อยละ ๙๐ ก็ได้รับรางวัลทั่วทั้งโรงเรียน หรือทั่วทั้งเขตการศึกษา (เช่นได้เงินรางวัลเท่ากับ ๒ เท่าของเงินเดือน) และหากรักษาระดับนี้ได้ ก็ได้รับรางวัลทุกปี
3. ปราบปรามคอรัปชั่นเรียกเงินในการบรรจุหรือโยกย้ายครู นี่เป็น ความชั่ว ที่บ่อนทำลายระบบการศึกษาไทย ต้องมีมาตรการตรวจจับและ ลงโทษรุนแรง ไล่ออกและฟ้องเรียกค่าเสียหาย เพราะเป็นพฤติกรรมที่ก่อ ความเสียหายต่อบ้านเมืองรุนแรงมาก อาจต้องออกกฎหมายให้ลงโทษ รุนแรงขึ้น
4. แบ่งเงินลงทุนเพิ่มด้านการศึกษา ครึ่งหนึ่งไปไว้สนับสนุนการเรียนรู้ ของครูประจำการในลักษณะการเรียนรู้ในการทำหน้าที่ครู ที่เรียกว่า PLC (Professional Learning Community) ซึ่งเน้นที่การเรียนรู้ (learning) ของ ครู ไม่ใช่เน้นที่ การฝึกอบรม (training) และเน้นการเรียนรู้เป็นกลุ่มเพื่อ ให้ครูจับกลุ่มช่วยเหลือกัน โรงเรียนดี ๆ จำนวนหนึ่งในประเทศไทยทำ กิจกรรมนี้อยู่แล้ว เช่น โรงเรียนรุ่งอรุณ เพลินพัฒนา ลำปลายมาศพัฒนา เป็นต้น
5. จัดงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประจำปี ด้านการยกระดับผลสัมฤทธิ์ ของนักเรียน เชิญครูที่มีผลงาน โรงเรียนที่มีผลงาน และเขตการศึกษาที่มี ผลงาน มาเล่าแรงบันดาลใจ วิธีการ และวิธีเอาชนะอุปสรรค รวมถึงให้ รางวัลหรือการยกย่อง งานนี้ควรจัดในทุกจังหวัด หรืออย่างน้อยทุกภาค หรือกลุ่มจังหวัด
6. ยกระดับข้อสอบ National Education Test (NET) ให้ทดสอบ การคิดที่ซับซ้อน (complex thinking) และทักษะที่ซับซ้อน (complex skills) ตามแนวทางทักษะแห่งศตวรรษที่ ๒๑
7. ส่งเสริมการเรียนแบบ Project-Based Learning (PBL) โดยส่งเสริม ให้มี PLC ของครูที่เน้นจัดการเรียนรู้แบบ PBL ให้รางวัลและยกย่องครูที่ จัด PBL ได้เก่ง เพราะ PBL เป็นเครื่องมือให้นักเรียนเรียนรู้ในมิติที่ลึกและ ซับซ้อน ตามแนวทักษะแห่งศตวรรษที่ ๒๑

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น